Thursday, November 17, 2005

 

ส่วนที่ 1.25 : เบื้องหลังการประกวดสาวร้อนลีโอ

*ชื่อบุคคลหรือสถานที่ต่างๆในเรื่องนี้เป็นชื่อ(ที่สมมุติว่า)สมมุติ

วันฟ้าใสวันหนึ่ง ภายหลังการประกวดสาวร้อนลีโอ ... โป้ง มช กับป้อป มธ นั่งคุยกัน ภายหลังหมดแรงจากการวิ่งออกกำลังกายจนไปทำอย่างอื่นไม่ไหว (ยกเว้นไปกิน ... ยังพอไปไหว)

โป้ง มช : นายเคยได้ข่าวหรือเปล่า ... ไม่นานมานี้มีการประกวดสาวร้อนลีโอ


ป้อป มธ : เออ เห็นอยู่เหมือนกัน ในผู้จัดการออนไลน์ ... มีไรเหรอ?

โป้ง มช : ก็ไม่มีอะไรหรอก นอกจากนักศึกษา มช ที่เคยเป็นเด็กในที่ปรึกษาของเราได้
ตำแหน่งกับเขาด้วย ... ตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่ปี 3 ที่ มช

ป้อป มธ : โห ก็(เป็นคน)สวยอะดิ ... แล้วทำไมอะ

โป้ง มช : ที่คณะฯเราเขากำลังประชุมกันอยู่ว่าจะจัดการอะไรไหมกับนักศึกษาคนนี้ ... นาย
คิดว่ายังไง

ป้อป มธ : จัดการเรื่องไรอะ

โป้ง มช : การประกวดนี้เป็นการประกวดเพื่อเป็นนางแบบโฆษณาเบียร์ ... เน้นจุดขายว่าเป็น สาวเซ็กซี่ ... แต่งตัวเซ็กซี่อย่างที่เห็นในข่าว ... ทางคณะฯเรา กำลังประชุมว่าจะ
ดำเนินการอะไรหรือเปล่ากับนักศึกษาคนนี้ ... นายเห็นว่าไง

ป้อป มธ : (นิ่งไปพักหนึ่ง ... ทำท่าคิด)

โป้ง มช : มช มีปัญหากับนักศึกษาของตัวเองมาก เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว และนักศึกษา
พักอาศัยอยู่ห่างไกลพ่อแม่ ... นักศึกษาหญิงหลายๆคนหาเงินใช้ด้วยการไปเป็น
พริตตี้ให้กับธุรกิจต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่พวกพริตตี้เชียร์เบียร์เชียร์เหล้า ... ส่วนที่จะ
แย่ไปกว่านั้นเราก็ไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆนับวันมันจะยิ่งหนักขึ้นทุกที

ป้อป มธ : อันนี้จริงๆเราว่ามันก็พูกลำบาก ... ในทางหนึ่ง เราว่ามันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา
และมันก็ไม่ได้ผิดศึลธรรมรุนแรงอะไร มันก็เป็นอาชีพสุจริต คณะฯหรือ
มหาวิทยาลัยไม่น่าจะเข้าไปยุ่งอะไร ... ในอีกทางหนึ่ง ถ้ามองว่ามหาวิทยาลัยมี
บทบาท ความรับผิดชอบต่อศีลธรรมและจริยธรรมต่างๆของสังคม อันนี้
มหาวิทยาลัยก็ควรจะต้องเคลื่อนไหวเหมือนกัน แต่จะเคลื่อนไหวยังไง อันนี้เรา
ไม่แน่ใจ

โป้ง มช : อันนี้เราก็เห็นด้วยกับนายทั้งสองทาง ในส่วนหนึ่งเราคิดว่ามันเป็นเรื่องของ
ดีกรี ... ถ้านายว่าประกวดสาวร้อนลีโอไม่มีปัญหาอะไร แล้วถ้าดีกรีมันเพิ่มขึ้นอีก
นิดหน่อยเป็นว่าไปถ่ายแบบชุดบิกีนี่ลงในนิตยสาร FHM หรือ Maxim ล่ะ อันนี้ก็
ไม่ผิดศีลธรรม แต่มหาวิทยาลัยไม่ควรจะทำอะไรเลยเหรอ ... จริงๆคำว่า "ไม่ผิด
ศีลธรรม" นี้เค่อนข้างเคลื่อนไหว มันเปลี่ยนแปลงไปตามความเห็นและค่านิยม
ของสังคม ... ในอนาคตข้างหน้าไม่แน่ว่าถ่ายบิกีนี่คงเป็นเรื่องปกติ ... และจริงๆ
ความเห็นและค่านิยมสังคมก็เป็นผลกระทบจากการที่มหาวิทยาลัยไม่ทำอะไร
ด้วยส่วนหนึ่งเหมือนกัน

ป้อป มธ : อันนี้เราก็เห็นด้วยว่ามหาวิทยาลัยควรมีบทบาททางด้านศีลธรรม จริยธรรมของ
นักศึกษาเช่นเดียวกัน แต่เราไม่เห็นด้วยกับการที่คนหยิบมือมาบอกว่าอะไรผิด
อะไรถูก ... เราเห็นด้วยว่ามหาวิทยาลัยอาจควรทำอะไรบางอย่าง แต่ถ้ามีน้าเบียบ
(รัตน์) มาบอกว่าแต่งตัวอย่างนี้ผิด ห้ามทำ มันไม่ใช่การแก้ปัญหา ... คนจะสงสัย
ว่ามันผิดตรงไหน ... คนจะมองว่ากฎหมายเป็นข้อบังคับที่ไร้สาระ ไม่ใช่สิ่งที่ทำ
ให้คนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเป็นสุข

โป้ง มช : เออ อันนี้เราก็เห็นด้วยกับนายว่ะ ... เราว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่และเป็นเรื่องใหญ่
การตัดสินใจต่างๆอาจต้องอาศัยการเข้ามาคุยกัน ... ข้อตกลงต่างๆควรจะมา
จากกลุ่มคนที่เป็นตัวแทนของทั้งสังคม ไม่ใช่คนแก่ๆกลุ่มหนึ่ง ... บางที มช อาจ
จะต้องนั่งลงคุยกับนักศึกษาและหาแนวทางร่วมกันว่ามหาวิทยาลัยควรจะจัดการ
อะไรไหม ... แต่นายก็มักจะเห็น เวลาเกิดเรื่องอะไรกับนักศึกษา สังคมไทยโทษ
มหาวิทยาลัยทุกที ... อันนี้บอกได้หรือเปล่าว่าสังคมคาดหวังกับมหาวิทยาลัยใน
การอบรมบ่มศีลธรรม จรรยาบรรณให้กับนักศึกษา

ป้อป มธ : เราว่าอย่าไปสนใจสังคมไทยมากนัก ... สังคมนี้โทษได้ทุกอย่างยกเว้นตัวเอง ...
ในประเด็นที่จะคุยกับกลุ่มคนที่ represent ทั้งมหาวิทยาลัย เราก็เห็นด้วย ... แต่
ในประเด็นการจัดการ อันนี้เราว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของมหาวิทยาลัยที่จะต้องไป
ควบคุมดูแลนักศึกษา ... มันทั้งไม่ควรทำ และทำไม่ได้ เพราะไม่รู้จะเอาใครไป
ดูแล ... อันนี้เราว่ามหาวิทยาลัยอาจได้แค่แสดงท่าทีเป็นห่วง หรือไม่เห็นด้วย
กับการกระทำบางอย่างพร้อมทั้งบอกเหตุผล ... แต่นักศึกษาจะทำอะไรหรือไม่
มันอยู่ที่ตัวเขา ... เราเชื่อในระบบ self-cencoring มากกว่าจะให้หน่วยงานใด
หน่วยงานหนึ่งจัดการในเรื่องต่างๆ

พอดี "พี่อู้ด มหด" อดีตนักเคลื่อนไหวสิทธิสตรีเดินผ่านมา โป้ง มช กับป้อป มธ เลยเรียกเข้ามาคุยด้วย ... หลังจากทักทายและเล่าเรื่องราวอย่างย่อให้ฟัง พี่อู้ด มหด ก็แสดงความเห็นของเธอ

พี่อู้ด มหด : พี่ก็เห็นด้วยในหลายๆอย่างที่พวกเธอคุยกัน แต่มีประเด็นสำคัญอันหนึ่งที่เรา
ไม่ควรลืม ... นักศึกษาในมหาวิทยาลัยอยู่ในวัยที่เป็น "ผู้ใหญ่" แล้ว ... เราควร
ที่จะปฏิบัติกับเขาเหมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง ... พี่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งถ้า
มหาวิทยาลัยจะออกกฎห้ามไอ้โน่นไอ้นี่โดยที่พวกนักศึกษาไม่ได้ใช้ชื่อ
มหาวิทยาลัยไปทำ ... ถ้าเอาชื่อมหาวิทยาลัยไปประกวดก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้า
ประกวดด้วยชื่อตัวเองก็ไม่เห็นเสียหายตรงไหน

โป้ง มช : แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยมันก็รังแต่จะแย่ลงทุกวันสิครับ

พี่อู้ด มหด : มันก็ตลกดีที่เราคิดว่าเราสามารถพัฒนาสังคมได้ด้วยการห้ามอย่างโน้นอย่าง
นี้ ... พวกนี้โตแล้ว ถ้าเราไม่ฝึกให้เขาคิดให้เขาตัดสินใจในช่วงชีวิตที่เขาอยู่ใน
มหาวิทยาลัย แล้วเมื่อไหร่พวกนี้จะได้คิด ... จะมัวแต่ห้ามนู่นห้ามนี่ใน
มหาวิทยาลัยแล้วหวังว่าพอจบปีสี่ออกไปแล้วเขาจะคิดได้เองงั้นเหรอ ... พอ
จบออกไปจะเอากฎอะไรมาห้ามเขาอีก พอจบออกไปพวกนี้ต้องเจอกับสังคม
จริงๆ ถ้าพวกเขาไม่ได้ฝึกคิดฝึกตัดสินใจ แล้วเขาจะทำยังไง ... การห้ามโน่น
ห้ามนี่ ไม่ฝึกให้เขาคิดต่างหากหรือเปล่าที่เป็นตัวทำให้สังคมไทยแย่ลง ... พี่
ว่าให้หัดคิดหัดตัดสินใจซะบ้างไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน

พี่อู้ด มหด : (ต่อ) ในอีกประเด็นหนึ่ง ถ้าเขาทำผิดแล้วถ้ามันผิดจริงเขาก็คงจะรับกรรมใน
ความผิดของตัวเองไป ... เขาตัดสินใจทำเอง และเขาก็รับผิดชอบการกระทำ
ของตัวเขาเองไม่เห็นจะกระบทอะไรสังคม ... พี่ว่าบทบาทมหาวิทยาลัยที่ควร
ทำคือการสร้าง Guide line ในทางเดินของนักศึกษามากกว่า ... ก็ไม่ใช่ว่าเรา
ปล่อยให้เขาเดินผิดทางไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด หรือกำหนดเส้นตรงๆให้เดินเส้น
เดียว ... Guide line มีไว้เป็นกรอบกว้างๆในการเดิน ส่วนใครจะเดินทางไหน
เรื่องของพวกเขา ... แบบนี้เขาก็ได้ฝึกคิดฝึกตัดสินใจไปด้วย

ป้อป มธ : ผมเห็นด้วยกับพี่อู้ดครับ ... แต่ปัญหาคือไอ้ Guide line เนี่ยมันสร้างยากนะ
ครับ ... แล้วมันก็ขึ้นกับดีกรีของแต่ละคนที่มองมันอีกนั่นแหละ

พี่อู้ด มหด : พี่ก็ว่ายาก แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ ... สังคมมีกรอบของมันอยู่แล้ว ก็เอากรอบของ
สังคมจริงๆมาใช้ ... อาจจะเพิ่มความเข้มข้นอีกหน่อยให้มีความชัดเจนขึ้น มันก็
ทำได้ ไม่ใช่ว่ายากจนทำไม่ได้ซะทีเดียว

พี่อู้ด มหด : เออ พอดีพี่ต้องไปแล้วล่ะ ... ต้องกลับไปกินข้าวแล้วไปทำงานต่อ

โป้ง มช : ตามสบายครับพี่อู้ด ขอบคุณมากๆเลยครับสำหรับความเห็น ... ผมว่ามีประโยชน์
มาก ... หวัดดีครับพี่อู้ด

ป้อป มธ : หวัดดีครับพี่อู้ด โชคดีนะครับ

โป้ง มช : แล้วเราเอาไง

ป้อป มธ : ก็ไปกินดิ ... วิ่งเหนื่อยแล้ว ไปกินบ้าง แล้ววันหลังค่อยวิ่งต่อ

...
และนั่นก็คือเบื้องหลังการประกวดสาวร้อนลีโอที่หลายๆคนคงไม่ทราบ


Comments:
อืม.........
 
รู้เบื้องหลังแล้วขอดูเบื้องหน้าบ้างสิ =)
 
ไอ้คนที่คุยกันนั่นจริงๆก็เพราะอยากดูเบื้องหน้านั่นแหละ
 
เห็นด้วยกะไกด์ไลน์ครับ แต่เห็นด้วยยิ่งกว่ากะการห้าม เพราะถ้า maturity พอ คงไม่ไปทำอะไรอย่างนั้น..
 
Post a Comment

<< Home

This page is powered by Blogger. Isn't yours?