Wednesday, June 29, 2005
ส่วนที่ 2 : ชีวิตของพี่เหลี่ย
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนแวะไปหาน้องปุ้ม ... Straw Hat ได้มีโอกาสไปฟังพี่บรู้ซพูดถึงบทความของ Krusell & Smith ว่าด้วยเรื่องของผลกระทบจาก Heterogeneity ทางด้านรายได้และสินทรัพย์ต่อระบบเศรษฐกิจมหภาค
พี่บรู้ซเป็นผลผลิตหนึ่งของมหา'ลัยแห่งชาติของเกาะในระดับ ป.ตรี ไปเรียนต่อปริญญาเอก ณ มหา'ลัยชายต้น (Princeton) และกำลังทำงานอยู่ที่มหา'ลัยสไปเดอร์แมนของไอ้ท่อก กะหล่ำปลีกุล ในประเทศเจ้าโลก ... พี่บรู้ซได้นำบทความข้างต้นมาพูดถึงเนื่องจากพี่บรู้ซกำลังสนใจที่จะสร้างผลการศึกษาที่ขัดแย้งกับบทความดังกล่าวออกมา
Krusell & Smith ได้นำเอาแบบจำลอง Real Business Cycles แบบง่ายๆ มาเพิ่มส่วนประกอบที่ทำให้ "ตัวแทนทางเศรษฐกิจ (Economic Agent)" ในแบบจำลองมีความแตกต่างกัน ... ถ้าใครได้เคยอ่านงานในลักษณะนี้มาก่อนจะทราบว่าการทำให้ตัวแทนทางเศรษฐกิจในแบบจำลองมีความแตกต่างกันนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในระดับหนึ่ง ... แต่ Krusell & Smith แค่ทำให้ตัวแทนทางเศรษฐกิจในแบบจำลองมีการกระจายในรายได้และสินทรัพย์ที่แตกต่างกันเพียงเท่านั้น และนำเอาแบบจำลองดังกล่าวไปศึกษาผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปจากแบบจำลองที่ตัวแทนทางเศรษฐกิจไม่มีความแตกต่างกันแต่ประการใด
ผลลัพธ์ประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ "ความแตกต่างในการกระจายทางรายได้และสินทรัพย์ไม่ส่งผลให้เกิดความแตกต่างต่อตัวแปรสำคัญๆในระบบเศรษฐกิจมหภาค" ... ตัวแทนทางเศรษฐกิจสามารถคาดการณ์ถึงตัวแปรทางเศรษฐกิจล่วงหน้าได้ โดยอาศัย "ค่าเฉลี่ย" ของรายได้และสินทรัพย์เป็นข้อมูลเพียงเท่านั้น ... พวกเขาไม่ต้องรู้ถึงลักษณะของการกระจาย รวมไปถึงค่าความแปรปรวน (Variances) หรือลักษณะอื่นๆของการกระจายของรายได้และสินทรัพย์เพื่อนำมาคาดการณ์ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคล่วงหน้าอย่างถูกต้องแต่ประการใด
พูดง่ายๆก็คือ ถ้าผลการศึกษาของ Krusell & Smith ถูกต้อง การกระจายรายได้และสินทรัพย์จะไม่ส่งผลกระทบต่อตัวแปรมหภาคในระบบเศรษฐกิจ ... ระบบเศรษฐกิจที่มีค่าเฉลี่ยของรายได้และสินทรัพย์ที่เท่ากัน ไม่ว่าการกระจายในรายได้และสินทรัพย์จะมากหรือน้อยเพียงใด ก็มีอัตราการบริโภค การออม และ การสะสมทุน ที่เท่าเทียมกัน
... งานศึกษาดังกล่าวทำให้ผมคิดถึง "พี่เหลี่ย" ของผม
พี่เหลี่ย เป็นชื่อย่อมาจาก "พี่เฉลี่ย (Average Man)" ซึ่งเป็นลักษณะของตัวแทนในระบบเศรษฐกิจที่ผมรู้จักตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่กับ Corgiman ที่สำนักท่าพระจันทร์ ... ไม่มีใครรู้ว่าพี่เหลี่ยมีตัวตนหรือไม่ แต่นักเศรษฐศาสตร์สำนักกระแสหลักต่างตั้งหน้าตั้งตาศึกษาชีวิตพี่เหลี่ยกันอย่างเอาจริงเอาจัง
แนวคิดที่ทำให้ชีวิตพี่เหลี่ยน่าสนใจต่อนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มดังกล่าวเป็นเพราะการทำให้มีผู้คนหลายหลากในแบบจำลองเศรษฐศาสตร์มหภาค (แบบกระแสหลัก) นั้นทำได้ยาก และอาจไม่เกิดประโยชน์ ... แทนที่จะศึกษาคนในประเทศไทยที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน 60 ล้านแบบ สู้มองว่าประเทศไทยรวมๆเป็นบุคคลคนเดียว และนำมาหารเฉลี่ย 60 ล้าน ก็จะได้ชีวิตพี่เหลี่ยของคนไทยออกมา ... พฤติกรรมของพี่เหลี่ยในเชิงเศรษฐกิจมหภาคไม่มีความแตกต่างจากคนไทยทั้ง 60 ล้านคน แต่การศึกษาพฤติกรรมของพี่เหลี่ยเพียงคนเดียวได้สร้างความง่ายให้กับแบบจำลองขึ้นมากมาย
และถ้าความสนใจของนักเศรษฐศาสตร์มีอยู่แค่เพียงตัวแปรทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค การศึกษาชีวิตของพี่เหลี่ยก็น่าจะเพียงพอต่อการตอบคำถามของนักเศรษฐศาสตร์เหล่านั้น
การศึกษาชีวิตของพี่เหลี่ยได้ถูกพิสูจน์ว่าสามารถจำลองระบบเศรษฐกิจสำคัญๆของโลกได้มาหลายครั้ง หลายโอกาส ... ดังนั้นก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างจ้องที่จะศึกษาชีวิตพี่เหลี่ย
... และงานของ Krusell & Smith ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับการศึกษาชีวิตพี่เหลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์ยิ่งขึ้น ... เพราะมันได้ช่วยเน้นย้ำว่าแบบจำลองที่จะนำมาทดสอบผลทางนโยบายเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลของการกระจายรายได้ ถ้าเป้าหมายของนโยบายอยู่ที่ตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคเพียงเท่านั้น
..........
อย่างไรก็ตามพี่บรู้ซชี้ว่างานศึกษาเชิงประจักษ์หลายงานได้แสดงให้เห็นว่าการกระจายรายได้ส่งผลกระทบต่อตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาค ... นอกจากนั้นแบบจำลองปกติยังไม่สามารถตอบคำถามของผลกระทบได้อย่างชัดเจน ถ้าหากการกระจายรายได้เป็นเป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของนโยบายเศรษฐกิจ
... และนี่ก็เป็นที่มาของงานวิจัยชิ้นใหม่ของพี่บรู้ซ ที่คงจะต้องติดตามกันต่อไป
..........
*ใครสนใจพี่บรู้ซผู้มีมาดเนี้ยบแต่ตุ้งติ้งเล็กน้อย (เห็นครั้งแรก Straw Hat ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนชาวเกาะ) เข้าไปหาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของพี่บรู้ซ
*บทความที่พูดถึงคือ Krusell & Smith (1998). Income and wealth heterogeneity in the macroeconomy. Journal of Political Economy, Vol. 106, No. 5, pp. 867-896.
พี่บรู้ซเป็นผลผลิตหนึ่งของมหา'ลัยแห่งชาติของเกาะในระดับ ป.ตรี ไปเรียนต่อปริญญาเอก ณ มหา'ลัยชายต้น (Princeton) และกำลังทำงานอยู่ที่มหา'ลัยสไปเดอร์แมนของไอ้ท่อก กะหล่ำปลีกุล ในประเทศเจ้าโลก ... พี่บรู้ซได้นำบทความข้างต้นมาพูดถึงเนื่องจากพี่บรู้ซกำลังสนใจที่จะสร้างผลการศึกษาที่ขัดแย้งกับบทความดังกล่าวออกมา
Krusell & Smith ได้นำเอาแบบจำลอง Real Business Cycles แบบง่ายๆ มาเพิ่มส่วนประกอบที่ทำให้ "ตัวแทนทางเศรษฐกิจ (Economic Agent)" ในแบบจำลองมีความแตกต่างกัน ... ถ้าใครได้เคยอ่านงานในลักษณะนี้มาก่อนจะทราบว่าการทำให้ตัวแทนทางเศรษฐกิจในแบบจำลองมีความแตกต่างกันนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในระดับหนึ่ง ... แต่ Krusell & Smith แค่ทำให้ตัวแทนทางเศรษฐกิจในแบบจำลองมีการกระจายในรายได้และสินทรัพย์ที่แตกต่างกันเพียงเท่านั้น และนำเอาแบบจำลองดังกล่าวไปศึกษาผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปจากแบบจำลองที่ตัวแทนทางเศรษฐกิจไม่มีความแตกต่างกันแต่ประการใด
ผลลัพธ์ประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ "ความแตกต่างในการกระจายทางรายได้และสินทรัพย์ไม่ส่งผลให้เกิดความแตกต่างต่อตัวแปรสำคัญๆในระบบเศรษฐกิจมหภาค" ... ตัวแทนทางเศรษฐกิจสามารถคาดการณ์ถึงตัวแปรทางเศรษฐกิจล่วงหน้าได้ โดยอาศัย "ค่าเฉลี่ย" ของรายได้และสินทรัพย์เป็นข้อมูลเพียงเท่านั้น ... พวกเขาไม่ต้องรู้ถึงลักษณะของการกระจาย รวมไปถึงค่าความแปรปรวน (Variances) หรือลักษณะอื่นๆของการกระจายของรายได้และสินทรัพย์เพื่อนำมาคาดการณ์ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคล่วงหน้าอย่างถูกต้องแต่ประการใด
พูดง่ายๆก็คือ ถ้าผลการศึกษาของ Krusell & Smith ถูกต้อง การกระจายรายได้และสินทรัพย์จะไม่ส่งผลกระทบต่อตัวแปรมหภาคในระบบเศรษฐกิจ ... ระบบเศรษฐกิจที่มีค่าเฉลี่ยของรายได้และสินทรัพย์ที่เท่ากัน ไม่ว่าการกระจายในรายได้และสินทรัพย์จะมากหรือน้อยเพียงใด ก็มีอัตราการบริโภค การออม และ การสะสมทุน ที่เท่าเทียมกัน
... งานศึกษาดังกล่าวทำให้ผมคิดถึง "พี่เหลี่ย" ของผม
พี่เหลี่ย เป็นชื่อย่อมาจาก "พี่เฉลี่ย (Average Man)" ซึ่งเป็นลักษณะของตัวแทนในระบบเศรษฐกิจที่ผมรู้จักตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนอยู่กับ Corgiman ที่สำนักท่าพระจันทร์ ... ไม่มีใครรู้ว่าพี่เหลี่ยมีตัวตนหรือไม่ แต่นักเศรษฐศาสตร์สำนักกระแสหลักต่างตั้งหน้าตั้งตาศึกษาชีวิตพี่เหลี่ยกันอย่างเอาจริงเอาจัง
แนวคิดที่ทำให้ชีวิตพี่เหลี่ยน่าสนใจต่อนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มดังกล่าวเป็นเพราะการทำให้มีผู้คนหลายหลากในแบบจำลองเศรษฐศาสตร์มหภาค (แบบกระแสหลัก) นั้นทำได้ยาก และอาจไม่เกิดประโยชน์ ... แทนที่จะศึกษาคนในประเทศไทยที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน 60 ล้านแบบ สู้มองว่าประเทศไทยรวมๆเป็นบุคคลคนเดียว และนำมาหารเฉลี่ย 60 ล้าน ก็จะได้ชีวิตพี่เหลี่ยของคนไทยออกมา ... พฤติกรรมของพี่เหลี่ยในเชิงเศรษฐกิจมหภาคไม่มีความแตกต่างจากคนไทยทั้ง 60 ล้านคน แต่การศึกษาพฤติกรรมของพี่เหลี่ยเพียงคนเดียวได้สร้างความง่ายให้กับแบบจำลองขึ้นมากมาย
และถ้าความสนใจของนักเศรษฐศาสตร์มีอยู่แค่เพียงตัวแปรทางเศรษฐกิจในระดับมหภาค การศึกษาชีวิตของพี่เหลี่ยก็น่าจะเพียงพอต่อการตอบคำถามของนักเศรษฐศาสตร์เหล่านั้น
การศึกษาชีวิตของพี่เหลี่ยได้ถูกพิสูจน์ว่าสามารถจำลองระบบเศรษฐกิจสำคัญๆของโลกได้มาหลายครั้ง หลายโอกาส ... ดังนั้นก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจที่บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างจ้องที่จะศึกษาชีวิตพี่เหลี่ย
... และงานของ Krusell & Smith ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับการศึกษาชีวิตพี่เหลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์ยิ่งขึ้น ... เพราะมันได้ช่วยเน้นย้ำว่าแบบจำลองที่จะนำมาทดสอบผลทางนโยบายเศรษฐกิจไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลของการกระจายรายได้ ถ้าเป้าหมายของนโยบายอยู่ที่ตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคเพียงเท่านั้น
..........
อย่างไรก็ตามพี่บรู้ซชี้ว่างานศึกษาเชิงประจักษ์หลายงานได้แสดงให้เห็นว่าการกระจายรายได้ส่งผลกระทบต่อตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาค ... นอกจากนั้นแบบจำลองปกติยังไม่สามารถตอบคำถามของผลกระทบได้อย่างชัดเจน ถ้าหากการกระจายรายได้เป็นเป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของนโยบายเศรษฐกิจ
... และนี่ก็เป็นที่มาของงานวิจัยชิ้นใหม่ของพี่บรู้ซ ที่คงจะต้องติดตามกันต่อไป
..........
*ใครสนใจพี่บรู้ซผู้มีมาดเนี้ยบแต่ตุ้งติ้งเล็กน้อย (เห็นครั้งแรก Straw Hat ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนชาวเกาะ) เข้าไปหาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของพี่บรู้ซ
*บทความที่พูดถึงคือ Krusell & Smith (1998). Income and wealth heterogeneity in the macroeconomy. Journal of Political Economy, Vol. 106, No. 5, pp. 867-896.


