Thursday, June 30, 2005
ส่วนที่ 1 : ชีวิตคนติดเกาะ
ภายหลังจากได้ออกจากเมืองกรุงแห่งแสงสีสมใจ ในที่สุด Straw Hat ก็ได้มาใช้ชีวิตติดเกาะอยู่ได้นับเป็นเวลากว่า 5 เดือนแล้ว
เกาะที่ Straw Hat มาอยู่มีพื้นที่กว้างใหญ่ เทียบเป็นประมาณ 13 เท่าของเมืองไทย แต่มีประชากรทั้งสิ้นแค่ราว 1 ใน 3 ของเมืองยิ้มสวย (เพิ่งจะครบ 20 ล้านไปหยกๆ) ... ไม่น่าเชื่อว่าทั้งประเทศที่กว้างใหญ่จะมีประชากรรวมแค่ราว 2 เท่าของเมืองกรุงแห่งแสงสี
ได้มาอยู่เมืองหลวงของเกาะ ก็ต้องปรับตัวเล็กน้อย เพราะเป็นเมืองที่มีต้นไม้มากกว่ามนุษย์ ... คืนไหนโชคดีจะเจอตัวพอสซั่มวิ่งป้วนเปี้ยนไปมารอบตึกศูนย์วิจัย ... แต่ก็ยังไม่วาย ราคาบ้านที่นี่ใกล้เคียงกับราคาคอนโดฯที่เมืองหลวงดินแดนเจ้าโลกที่ kickoman อยู่ ... ไม่รู้จะเกี่ยวอะไรกับฟองสบู่ที่ kickoman เขียนถึงหรือเปล่า?
มหาวิทยาลัยแห่งชาติของเกาะตั้งขึ้นในปี 1946 ... ไม่รู้โครงสร้างนักศึกษาเป็นไง แต่ทำไมไอ้เราเจอคนจีนบ่อยกว่าคนออสเตรเลีย?!?! ... มาอยู่นี่เจอคนจีนก็เข้ามาคุยภาษาจีนด้วย เจอคนญี่ปุ่นก็เข้ามาคุยภาษาญี่ปุ่นด้วย เจอฝรั่งไม่ว่าชาติไหนก็ถามว่ามาจากจีนหรือเปล่า พอตอบกลับไปว่า "ไอ คัม ฟอม ไท่ยแล่นด์" ทุกคนก็ถอยห่างไป ไม่มีใครคุยด้วยซักคน ... สุดท้ายต้องไปจับกลุ่มกับนักศึกษาจากละตินอเมริกาและฟิจิ ด้วยถือว่าอยู่บนโลก (ที่สาม) ใบเดียวกัน
สิ่งที่ประทับใจที่สุดจากการมาเรียนที่นี่คือการมีอาจารย์ที่ยิ้มสวยที่สุดในโลก ... ถ้าโลกจัดอันดับมหา'ลัยจากรอยยิ้มอาจารย์ Straw Hat เชื่อว่าที่นี่ไม่พ้นท้อปเทน (โปรดดูรูปด้านล่างประกอบ)

อาจารย์ยิ้มหวาน Farshid Vahid
ช่วงเปิดเทอมก็เรียนหนักสมใจ ... ต่างให้การบ้านเหมือนกับรู้ว่าพวกนักศึกษายังอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ... ช่วงปิดเทอมก็ตั้งใจจะไปจับกลุ่มเตะบอลกับเพื่อนประเทศโลกเดียวกัน ก็ดันมาปิดเทอมเอาหน้าหนาว ... อากาศใกล้ศูนย์องศายังไม่เท่าไหร่ แต่ดันแถมมาด้วยฝนตกปรอยๆจากเช้าจรดเย็น ... ทีวีช่วงนี้ก็มีแต่รักบี้กับคริ้กเกตต์ ... สุดท้ายไปไหนไม่รอดก็ต้องแวะเข้า Blog ปิ่น จนได้ ... เข้าที่นู่นออกที่นี่จนตาลาย ... สุดท้ายไปตายอยู่ที่ Blog น้องปุ้ม...หญิง ... ก่อนที่จะไปเมาโค้กเอาที่ร้านลาวก่อนหลับไปนั่นแล
... และนี่ก็คือชีวิตของโจรสลัดติดเกาะคนหนึ่ง
เกาะที่ Straw Hat มาอยู่มีพื้นที่กว้างใหญ่ เทียบเป็นประมาณ 13 เท่าของเมืองไทย แต่มีประชากรทั้งสิ้นแค่ราว 1 ใน 3 ของเมืองยิ้มสวย (เพิ่งจะครบ 20 ล้านไปหยกๆ) ... ไม่น่าเชื่อว่าทั้งประเทศที่กว้างใหญ่จะมีประชากรรวมแค่ราว 2 เท่าของเมืองกรุงแห่งแสงสี
ได้มาอยู่เมืองหลวงของเกาะ ก็ต้องปรับตัวเล็กน้อย เพราะเป็นเมืองที่มีต้นไม้มากกว่ามนุษย์ ... คืนไหนโชคดีจะเจอตัวพอสซั่มวิ่งป้วนเปี้ยนไปมารอบตึกศูนย์วิจัย ... แต่ก็ยังไม่วาย ราคาบ้านที่นี่ใกล้เคียงกับราคาคอนโดฯที่เมืองหลวงดินแดนเจ้าโลกที่ kickoman อยู่ ... ไม่รู้จะเกี่ยวอะไรกับฟองสบู่ที่ kickoman เขียนถึงหรือเปล่า?
มหาวิทยาลัยแห่งชาติของเกาะตั้งขึ้นในปี 1946 ... ไม่รู้โครงสร้างนักศึกษาเป็นไง แต่ทำไมไอ้เราเจอคนจีนบ่อยกว่าคนออสเตรเลีย?!?! ... มาอยู่นี่เจอคนจีนก็เข้ามาคุยภาษาจีนด้วย เจอคนญี่ปุ่นก็เข้ามาคุยภาษาญี่ปุ่นด้วย เจอฝรั่งไม่ว่าชาติไหนก็ถามว่ามาจากจีนหรือเปล่า พอตอบกลับไปว่า "ไอ คัม ฟอม ไท่ยแล่นด์" ทุกคนก็ถอยห่างไป ไม่มีใครคุยด้วยซักคน ... สุดท้ายต้องไปจับกลุ่มกับนักศึกษาจากละตินอเมริกาและฟิจิ ด้วยถือว่าอยู่บนโลก (ที่สาม) ใบเดียวกัน
สิ่งที่ประทับใจที่สุดจากการมาเรียนที่นี่คือการมีอาจารย์ที่ยิ้มสวยที่สุดในโลก ... ถ้าโลกจัดอันดับมหา'ลัยจากรอยยิ้มอาจารย์ Straw Hat เชื่อว่าที่นี่ไม่พ้นท้อปเทน (โปรดดูรูปด้านล่างประกอบ)

อาจารย์ยิ้มหวาน Farshid Vahid
ช่วงเปิดเทอมก็เรียนหนักสมใจ ... ต่างให้การบ้านเหมือนกับรู้ว่าพวกนักศึกษายังอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ... ช่วงปิดเทอมก็ตั้งใจจะไปจับกลุ่มเตะบอลกับเพื่อนประเทศโลกเดียวกัน ก็ดันมาปิดเทอมเอาหน้าหนาว ... อากาศใกล้ศูนย์องศายังไม่เท่าไหร่ แต่ดันแถมมาด้วยฝนตกปรอยๆจากเช้าจรดเย็น ... ทีวีช่วงนี้ก็มีแต่รักบี้กับคริ้กเกตต์ ... สุดท้ายไปไหนไม่รอดก็ต้องแวะเข้า Blog ปิ่น จนได้ ... เข้าที่นู่นออกที่นี่จนตาลาย ... สุดท้ายไปตายอยู่ที่ Blog น้องปุ้ม...หญิง ... ก่อนที่จะไปเมาโค้กเอาที่ร้านลาวก่อนหลับไปนั่นแล
... และนี่ก็คือชีวิตของโจรสลัดติดเกาะคนหนึ่ง
Comments:
<< Home
ตาย ในที่นี้ถูกใช้ในเชิงอุปมาอุปมัย แปลว่า เข้าไปอ่านเฉยๆ ไม่คิดอะไร ... แต่ไม่ออกไปไหน
ส่วนเหตุผลที่ไปตายที่นั่นก็เหตุผลเดียวกันกับท่านนั่นแล
Post a Comment
ส่วนเหตุผลที่ไปตายที่นั่นก็เหตุผลเดียวกันกับท่านนั่นแล
<< Home


